ใช้ง่ายไหม

เก็บความเห็นว่าแหล่งช่วยเหลือใช้ง่ายไหม

คุณอยากรู้ว่าแหล่งช่วยเหลือใช้ได้ดีกับคนในทีม โดยไม่ล้วงเรื่องส่วนตัว

ผู้ใหญ่สามคนร่วมกันดูเอกสารที่โต๊ะในสำนักงาน

ถามเรื่องแหล่งช่วยเหลือ ไม่ใช่เรื่องตัวคน ให้คำถามสั้น ไม่ระบุชื่อ และเกี่ยวกับการใช้งาน คือหาเจอไหม เปิดได้ไหม เข้าใจไหม และอย่าถามว่าใครใช้หรือใช้เพราะอะไร

วิธีนี้รักษาความสมัครใจไว้ และให้คำตอบที่คุณนำไปปรับปรุงได้จริง

ทำไมความเห็นควรอยู่ที่ตัวแหล่งช่วยเหลือ

ถ้าเพื่อนร่วมงานคิดว่าคำตอบจะเผยความรู้สึกของตัวเอง เขาจะข้ามคำถามหรือตอบสิ่งที่คิดว่าคุณอยากได้ ซึ่งไม่มีประโยชน์ทั้งสองอย่าง

คำถามเรื่องการใช้งานปลอดภัยกว่า ถามเรื่องลิงก์ ภาษา เวลา และรูปแบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณปรับปรุงได้

อะไรที่ไม่ควรถามเลย

เลี่ยงทุกอย่างที่ถามถึงความรู้สึกภายในของใครสักคน

  • รู้สึกสงบขึ้น เครียดน้อยลง หรือมีความสุขขึ้นไหม
  • จำนวนครั้งที่ใช้ โดยระบุชื่อ
  • ช่วยเรื่องปัญหาส่วนตัวได้ไหม
  • ทำไมเลือกไม่ใช้

สุขภาวะเป็นเรื่องส่วนตัว และข้อมูลส่วนบุคคลต้องดูแลอย่างระวัง ถ้าไม่แน่ใจว่าองค์กรเก็บอะไรได้บ้าง ให้ถามคนที่ดูแลเรื่องการคุ้มครองข้อมูล

ลองทำ: ห้าคำถามสำหรับทั้งทีม

ส่งเป็นแบบฟอร์มไม่ระบุชื่อ หรือถามบนกระดาษในที่ประชุมทีมก็ได้ ขอให้ตอบสั้นหนึ่งประโยค

  1. ตอนที่ต้องการ หาลิงก์เจอง่ายไหม
  2. มีในภาษาที่คุณสบายใจหรือเปล่า
  3. รูปแบบใช้ง่ายบนโทรศัพท์หรือแล็ปท็อปไหม
  4. เวลาที่เสนอเหมาะไหม หรือมาตอนที่ยุ่งอยู่
  5. มีอะไรที่จะช่วยให้ใช้ง่ายขึ้นอีกไหม

เติมบรรทัดปิดท้ายว่า “ไม่ต้องเคยใช้ก็ตอบได้ และจะไม่มีใครถามว่าใครตอบ”

จะรวมคนที่ไม่ได้ใช้อย่างไร

เสียงของเขาสำคัญที่สุด ถามเขาแบบกว้าง ๆ ว่าอะไรจะทำให้มีประโยชน์ขึ้น คำตอบมักเป็นเรื่องในทางปฏิบัติ เช่น ไม่มีเวลา ภาษาไม่ใช่ หรือไม่แน่ใจว่าใช้ในเวลางานได้ไหม

บอกให้ชัดว่าการใช้ตอนพักไม่เป็นไร และการไม่ใช้ก็ไม่เป็นไร ข้อความในบทความเขียนข้อความเชิญแบบสมัครใจให้เรียบง่ายช่วยเรื่องนี้ได้

จะทำอย่างไรกับคำตอบที่ได้

อ่านเป็นภาพรวม ไม่ใช่ทีละคน มองหาประเด็นที่โผล่มาซ้ำ แก้สิ่งที่แก้ง่าย แล้วบอกทีมว่าเปลี่ยนอะไร

ถ้าความเห็นไหนบอกใบ้ว่ามีคนลำบาก อย่าพยายามหาว่าใครเขียน ให้เสนอความช่วยเหลือกับทั้งทีม และชี้ไปที่หน้าแหล่งความช่วยเหลือของเรา

ต่างจากการให้คะแนนการใช้แอปอย่างไร

การนับการล็อกอินหรือจำนวนนาทีทำให้นิสัยส่วนตัวกลายเป็นผลงาน เราอธิบายว่าทำไมจึงผิดทางในทำไมการใช้แอปไม่ควรกลายเป็นคะแนนของพนักงาน

ก้าวต่อไปที่ดี

เขียนห้าคำถามของคุณ แล้วลองกับเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจหนึ่งคนก่อน จากนั้นส่งให้ทั้งกลุ่ม ถ้ากำลังทบทวนชุดความช่วยเหลือทั้งชุด ดูทบทวนชุดความช่วยเหลือของที่ทำงานโดยไม่อ้างผลต่อสุขภาพ และดูเรื่องอื่นที่หน้ารวมเรื่องที่ทำงานและเพื่อนร่วมงาน

เมื่อคำตอบเข้ามาแล้ว การทำสมาธิแบบมีเสียงนำ 7 นาทีฟรีของสัทคุรุ (Sadhguru) ในแอป Miracle of Mind เป็นอีกทางหนึ่งให้พักใจไม่กี่นาทีก่อนตัดสินใจว่าจะปรับอะไร ถ้าคุณสนใจ

คำถามที่พบบ่อย

ถามได้ไหมว่าใครใช้แหล่งช่วยเหลือ

ไม่ควรถาม การระบุชื่อทำให้ข้อเสนอแบบสมัครใจกลายเป็นเรื่องที่คนรู้สึกว่าถูกจับตา และการใช้แหล่งช่วยเหลือด้านใจเป็นเรื่องส่วนตัว ให้ถามคำถามกว้าง ๆ กับทั้งทีมและให้ตอบโดยไม่ใส่ชื่อ

ข้อมูลส่วนตัวในเรื่องนี้หมายถึงอะไร

ทุกอย่างที่เกี่ยวกับสุขภาพ อารมณ์ ความรู้สึก หรือชีวิตที่บ้านของใครสักคน ข้อมูลส่วนบุคคลแบบนี้ต้องดูแลอย่างระวัง ให้ถามเฉพาะเรื่องตัวแหล่งช่วยเหลือ คือหาง่ายไหม เปิดง่ายไหม และมีภาษาที่เหมาะไหม

แบบฟอร์มควรยาวแค่ไหน

สามถึงห้าข้อก็พอ แต่ละข้อควรตอบได้ในไม่กี่วินาที แบบฟอร์มยาวส่งสัญญาณว่าคำตอบจะถูกตรวจ คนจึงมักข้ามหรือตอบอย่างระวัง

จะทำอย่างไรกับความเห็นเชิงลบ

ถือว่ามีประโยชน์ ถ้าคนบอกว่าหาลิงก์ยากหรือภาษาไม่ตรง ก็แก้เรื่องนั้น แล้วบอกทีมว่าแก้อะไรไป เขาจะรู้ว่าการตอบมีความหมาย

ถ้าอยากมีช่วงสงบไม่กี่นาทีก่อนอ่านสิ่งที่เพื่อนร่วมงานเขียน การทำสมาธิแบบมีเสียงนำสั้น ๆ ช่วยให้คุณรับความเห็นด้วยจังหวะของตัวเอง

สมาธิ 7 นาที